วันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557

76 วิธีใช้เงินและคนให้คุ้มค่า สู่รายได้ที่งดงาม ตอนสุดท้าย

76 วิธีใช้เงินและคนให้คุ้มค่า สู่รายไ้ด้ที่งดงาม ตอนสุดท้าย

6.  ถ้าเป้าหมายชัดเจน  เงินจะตามมาเอง

       6.1  ให้คำชม ได้กำไรมากกว่า ตะคอก

              คนเป็นลูกน้อง ไม่มีใครอยากถูกเจ้านายดุ่า และจึงจะมีไฟทำงานได้ดี  ตรงกันข้าม หากเจ้านายชื่นชม จะทำให้ได้ผลงานที่ดีกว่าด้วยซ้ำ
              ถ้าต้องการสร้างกำไรก็ต้องรักพนักงาน แล้วความรักจะทำให้มองเห็นจุดแข็งของลูกน้อง ซึ่งจะช่วยดึงความสามารถพวกเขาได้ถึง 120 % ทีเดียว  ผู้บริหารควรจะคิดหาวิธีนั้นให้ได้ มากกว่าที่จะคอยดุ คอยว่า ใส่พนักงาน

       6.2  ลูกน้องที่ว่าแล้วไ่ม่จำ ก่อนสละทิ้งไป ลองหาวิธีแก้ไขดูก่อน

              ลูกน้องบางคนเป็นคนประเภท ที่ว่าไม่รู้กี่ครั้งก็แก้นิสัยไม่ได้หรือไม่หายสักที  เราอาจจะลองหาวิธีแก้ไขให้มันลงตัวดู อาจจะจัดหาหน้าที่ให้เหมาะสมกับเค้าดูก่อนที่จะสละทิ้งไป

       6.3  ถ้าทำแต่งานตามคำสั่ง ธุรกิจจะขาดพลัง

              ผู้บริหารควรจะกระจายอำนาจการตัดสินใจในบางเรื่อง ให้แก่พนักงานที่เขามีความสามารถตัดสินใจเองได้  โดยไม่ต้องผ่านผู้บริหารอีกที จะเป็นการช่วยลดขั้นตอนทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น และถ้าเมื่อเกิดข้อผิดพลาดก็แนะนำข้อแก้ไขให้ปรับปรุง ไม่ใช่ด่า หรือถ้าทำได้ดี ก็ต้องรู้จักชมพนักงานบ้าง เพื่อให้พนักงานมีกำลังใจในการทำงาน และเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ  ที่ไม่ซ้ำแบบเดิม ๆ  และก็จะทำให้บริษัทมีไอเดียใหม่ ๆ และเจริญก้าวหน้าได้เร็วขึ้น  แต่การกระจายอำนาจนั้นก็ต้องดูความเหมาะสมและมั่นใจว่า พนักงานผู้นั้นสามารถทำได้ด้วย

       6.4  ผู้นำที่ไม่ชี้เป้าหมาย จะทำให้บริษัท ระส่ำระสาย

              การที่ผู้นำไม่ชี้เป้าหมายให้ชัดเจน ให้เดินไปในแนวทางใด ก็เปรียบเหมือนให้นักฟุตบอลวิ่งทั่วสนามที่ไม่มีประตู วิ่งสักพักก็เหนื่อยหอบเท่านั้นเอง  คนเป็นผู้บริหารต้องกำหนดเป้าหมายและวางกลยุทธในการที่จะไปสู่จุดหมายให้ชัดเจน แล้วสั่งการให้พนักงานดำเนินการตามแผนและกลยุทธเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

       6.5  พอใช้งานเสร็จ แค่คำขอบใจ ไม่พอแน่นอน

              ถ้าต้องการใช้คน ก็ต้องใช้ทั้งวาจาและรางวัล พร้อมกับแสดงความรักในตัวเขาด้วย แล้วเขาจะทำงานให้เราได้อย่างเต็มที่ และเต็มใจทำ

       6.6  ถ้าขาดแรงจูงใจ  ความสามารถที่แท้จริงย่อมไม่ปรากฏ

              ถ้าเจ้าตัวไม่มีใจ ถึงท้าทายแค่ไหนเขาก็ไม่เอากับเราด้วย  การรอจนเกิดความกระตือรือร้นเหมือนรอให้น้ำเดือด ก็เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งของโค้ชเหมือนกัน แต่ระหว่างรอเราก็ควรพยายามทำให้เขาเกิดแรงจูงใจ หรือมีไฟพร้อมทำงานนั้นให้ได้ และ้เราจะได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพ

       6.7  ผู้บริหารต้องดู " ความกระตือรือร้นของแท้ " ให้ออก

              ในทางธุรกิจแล้ว ลมปาก ไม่ได้ชี้ชัดถึงความกระตือรือร้น  การประเมินจะต้องมองที่กรอบแนวคิดของกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการตามด้วยความสามารถในการทำแผนให้เป็นรูปธรรมได้จริง

       6.8  ยิ่งเป็นนาย ยิ่งต้องสุภาพ แม้แต่คำเรียกลูกน้อง

              ในโลกธุรกิจ  บางคนมีโอกาสเจริญก้าวหน้าได้เร็ว เลยนึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่ แต่กลับใช้สรรพนามเรียกลูกน้องรอบตัวว่า " เฮ้ยย... พวกแกน่ะ " คนแบบนี้ถือเป็นคนใช้ไม่ได้เลย และคงไม่มีใครอยากร่วมงานด้วย และก็คงไม่มีลูกน้องคนไหนที่จะทุ่มเทการทำงานให้กับเจ้านายแบบนี้

       6.9  5 ลูกแก้ว แห่งการบริหารตรวจสอบปัญหาในบริษัท

              บริษัทที่ขาดทุนซ้ำซาก ร้อยทั้งร้อยมีสาเหตุจากตัวบริษัทมีระบบขาดทุนอยู่ ด้วยสาเหตุ 5 ประการดังนี้
              1.  ประมาณการผิด  ทำให้วางกลยุทธผิดพลาด
              2.  ขาดความสามารถในการควบคุมผลกำไร
              3.  ไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่
              4.  สินค้าหมดความสามารถในการแข่งขันโดยไม่รู้ตัว
              5.  เจ้าของกิจการเอาแต่เที่ยว  ลูกน้องเองก็พึ่งไม่ได้

7.  คนที่ให้ความสำคัญกับการใช้เงิน มักมีฝีมือในการบริหารและประสบความสำเร็จ

       7.1  ไม่ว่าสถานการณ์ใดผู้บริหารต้องทำงานหนักกว่าพนักงาน

              ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้นำในการทำงาน ไม่อย่างนั้นคนอื่นเขาไม่มาทำด้วยหรอก คนเป็นเจ้าของกิจการต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่นหลายร้อยคน ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ  อุปสรรคและความลำบากเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่พ้นจริง ๆ ถ้า ด้อยภาวะผู้นำ เข้าแล้ว บริษัทอาจจะอยู่ไม่รอด

       7.2  สั่งลูกน้องให้สร้างผลงานดี ๆ ต้องใช้อำนาจและบารมี

              อำนาจทำให้คนลงมือทำงานได้ แต่ถ้าจะให้ได้ 100 % ต้องอาศัยบารมีด้วย คำว่า บารมี คือ พลังอำนาจในการบังคับให้คนทำด้วยความสมัครใจ  ไม่ต้องใช้การบีบบังคับแม้สักนิด

       7.3  อุดมคติการบริหาร สร้างบริษัทให้แข็งแกร่ง

              ในช่วงที่มีเหตุการณ์วิกฤต  พนักงานทุกคนต้องรวมใจกันเป็นหนึ่ง ร่วมกันยึดถืออุดมคติการบริหาร สู้สุดใจเพื่อกลับมาโชว์ท็อปฟอร์มกันอีกครั้ง  และผู้ที่จะนำทางให้ทุกคนเดินตามอุดมคติการบริหารนั้นก็คือ   ตัวเจ้าของกิจการและหัวหน้าแต่ละหน่วยงานนั่นเอง

       7.4  ถ้าจะปรับโครงสร้างการทำงานให้เริ่มที่คนหนุ่มก่อน

              การจะปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ ควรเริ่มจากคนหนุ่ม คนรุ่นใหม่ อย่าเริ่มจากคนรุ่นเก่า เพราะเขาจะไม่เข้าใจ  แต่ถ้าเราเริ่มจากคนรุ่นใหม่ก่อน  เมื่อเกิดการขยับทำอะไรแล้ว  เมื่อคนรุ่นเก่าเห็น ก็จะขยับตาม เพราะเขาจะคิดว่า ในเมื่อคนหนุ่มทำได้เขาก็ต้องทำได้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เพื่อเป็นการแสดงให้ผู้บริหารเห็นด้วยว่าเขายังมีความสามารถทำงานได้อยู่  เพราะถ้าเขาไม่ทำแบบนั้น เขาจะโดนพิจารณาเป็นรายต้น ๆ  ในเวลาที่บริษัทต้องการปลดคนออก

       7.5  คุณสมบัติ 8 ประการ ที่คอยค้ำจุนการบริหาร

              ไม่ว่าคุณจะอยู่ตำแหน่งใดในบริษัท  นี่จะเป็นการตรวจสอบว่า เวลาบริษัทพบวิกฤติ กิจการจะสามารถฟื้นได้หรือไม่
                    1.  เจ้าของกิจการเติบโตมาจากฝ่ายปฏิบัติการสายการตลาดหรือ งานขาย
                    2.  ในที่ประชุม  เจ้าของกิจการเป็นคนวางแผนการขายมากกว่าพนักงานคนอื่น
                    3.  งานบางอย่าง แม้จะสร้างผลกำไร แต่ถ้าไม่มีเหตุผล ผู้บริหารก็ไม่ควรอนุมัิติ
                    4.  ผู้บริหารใช้วิธีการที่หลากหลายในการบริหารคน
                    5.  แทบไม่เคยได้ยินพนักงานนินทาเจ้านายเลย
                    6.  สิ่งที่เจ้าของกิจการพูด  ลูกน้องคาดเดาได้ทันที
                    7.  ผู้บริหารระดับสูง พูดคุยถึงความใฝ่ฝันของบริษัทเป็นประจำ
                    8.  สิ่งที่เจ้าของกิจการพูดมีความเสมอต้นเสมอปลาย
             เมื่อตรวจดู 8 ข้อนี้แล้ว  ถ้ารู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดี  ก็ควรรีบแก้ไข

     7.6  ผู้บริหารที่มาจากงานขาย  มีเรื่องให้เรียนรู้มากมาย

            ความสามารถที่แท้จริงที่สุดของผู้บริหาร คือ ความสามารถในการสร้างยอดขาย ทั้งนี้เพราะไ่ม่ว่าธุรกิจใดก็ต้องมีลูกค้าทั้งสิ้น  ซึ่งเป็นที่มาของรายได้และผลกำไรของบริษัท  ความสามารถในการเชื่อมลูกค้ากับรายได้ ทักษะในการขาย และการตลาดซึ่งจะรักษาผลประกอบการได้นี่เอง  เป็นความสามารถของ " เถ้าแก่ "  อย่างแท้จริง

     7.7  กระเป๋าเงินสะท้อนความสามารถในการบริหาร

            กระเป๋าเงินส่วนตัวเป็นเหมือนกระจกเงาที่บอกความสามารถในการบริหารของแต่ละคน  เทคนิคการบริหารเงินในกระเป๋าเป็นทักษะแรกสุดที่ผู้บริหารต้องเรียนรู้

     7.8  เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่า " กลยุทธ์ " หรือไม่

            ความหมายที่แท้จริงของคำว่า กลยุทธ์ คือ การวางแผนเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบในการแข่งขันให้มากที่สุด  แม้มีกองทัพ (สินค้า) ที่เข้มแข็งขนาดไหน  ถ้าสร้าง " ความได้เปรียบ " ไม่ได้  ถึงมีจุดเด่นมากมายก็ไม่เป็นประโยชน์  กลายเป็นบริษัทไร้กลยุทธ ทำงานแบบตามมีตามเกิดเท่านั้นเอง

     7.9  (10) ข้อชี้ชัด บริหารบริษัท เจ๊งหรือไม่

                  1.  พนักงานเก่ง ๆ อยู่ดี ๆ ลาออกไป
                  2.  เจ้าของกิจการมีตำแหน่งงานอื่น ๆ นอกเหนืองานประจำมากมาย
                  3.  เจ้าของกิจการมีรถหรู ๆ หลายคัน
                  4.  ทายาทรุ่น 2 ซึ่งไม่มีประสบการณ์ธุรกิจมาเป็นเป็นเจ้าของกิจการเอง
                  5.  การจ่ายเงินเปลี่ยนจากเงินสดมาเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน
                  6.  เปลี่ยนจากตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้นไปเป็นระยะยาว
                  7.  อยู่ดี ๆ จำนวนคู่ค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (ลดลงอย่างรวดเร็วก็เป็นปัญหา)
                  8.  ผู้บริหารแทบไม่เคยอยู่บริษัท
                  9.  มีคนแปลกหน้าเข้าออกบริษัทมากมาย
                10.  ในที่ลับตาคนดูแล้วสกปรก เช่น ห้องน้ำ  ถังขยะ
       
             บริษัททีมีลักษณะข้างต้น  ไม่นานก็จะล้ม หรือปิดกิจการไป

     7.10  สงครามราคา  ถ้าต้นทุนไม่ต่ำจริง  ก็เหมือนฆ่าตัวเอง

              การแข่งแบบนี้ไม่สมเหตุสมผล  หากคู่แข่งเริ่มสงครามราคา  แล้วคุณกลัวเสียส่วนแบ่งตลาด จึงต้องเข้าร่วมโดยไ่ม่ได้วางแผนมา่ก่อน  พอลดราคาไปครั้งนึง จะขึ้นราคาให้เหมือนเดิมก็แสนยากละ เท่ากับเป็นการบีบคอตัวเอง
                   ปัจจัยการกำหนดราคา มี 3 ประการ
                        1.  ราคาที่ไม่แพ้คู่แข่ง
                        2.  ราคาที่ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า
                        3.  ราคาที่ได้กำไรเกินต้นทุนเสมอ
              เมื่อคู่แข่งเริ่มลดราคา เราต้องลดต้นทุนให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนและต้องต่ำกว่าคู่แข่งด้วย ไม่เช่นนั้นอย่าเข้าร่วมสงครามราคาเลยดีกว่า

     7.11  6 คุณสมบัติสู่ความเป็นบริษัทดวงดี

              ธุรกิจของคุณมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้หรือไม่
                   1.  มีธุรกิจใหม่อย่างน้อยทุก 2-3 ปี
                   2.  มีข้อเสนอทำธุรกิจใหม่ในที่ประชุมมากมาย
                   3.  มีความรู้สึกไวต่อการพัฒนาสินค้าใหม่ของคุ่แข่ง สามารถวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลให้สินค้า                         ได้รับความนิยม ได้หรือไม่
                   4.  เจ้าของกิจการคบหาคนกว้างขวาง มีเส้นสายกับคนที่อยู่ในกระแส
                   5.  มีความยืดหยุ่นพอที่จะทุ่มเททรัพยากรไปกับสินค้าที่กำลังขายดี และบริการที่กำลังรุ่ง
                   6.  ให้รางวัลกับผู้ที่สร้างผลงานโดดเด่น

               6 คุณสมบัตินี้สรุปได้ 2 ข้อ คือ บริษัทที่ดวงดี จะกระตือรือร้นในการทำงานและเล่นเกมผู้ชนะ เป็น  ส่วนบริษัทที่กระตือรือร้นต่อสินค้าหรือธุรกิจใหม่ หมายถึง มีวัฒนธรรมองค์การที่ท้าทายต่อสิ่งใหม่ ๆ ได้

        7.12  ถ้าจะหาคนมาตำหนิต้องเลือกให้ดี

                  ผู้บริหารต้องรู้จักลูกน้องเป็นอย่างดี  รู้ถึงนิสัยใจคอ ว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร รับคำตำหนิได้มากน้อยแค่ไหน เพราะบางคน เมื่อถูกตำหนิมาก ๆ อาจถึงขั้นหมดแรงบันดาลใจ หรือ หมดกำลังใจในการทำงาน แต่บางคนอาจรับได้และนำไปปรับปรุงแก้ไข   ดังนั้นก่อนจะตำหนิอะไร ควรรู้ว่าจะตำหนิแบบใดกับคนแต่ละประเภท

     7.13  จัดระเบียบ " กระเป๋าเงินเถ้าแก่ " เห็นคุณค่าเงินก็เห็นกำไร

               เข้มงวดกับเรื่องเงินมาก ๆ   ใช้เงินให้เกิดประโยชน์ที่สุด และ สร้างความสุขกับชีวิตให้มาก ๆ


      หวังว่าได้อ่านครบทั้ง 76 วิธีนี้แล้ว ผู้อ่านคงนำไปปรับประยุกต์ใช้กับบริษัทของตัวเองให้เกิดประโยชน์สูงสุดกันนะครับ






เครดิต : หนังสือ  76 วิธีใช้เงินและคนให้คุ้มค่า สู่รายได้ที่งดงาม
              HASEGAWA  KAZUHIRO 





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น