76 วิธีใช้เงินและคนให้คุ้มค่า สู่รายได้ที่งดงาม ตอนที่ 1
1. เข้าใจคุณค่าของเงิน ก็จะสำเร็จด้วยเงิน
1.1 มนุษย์มีจิตใจ..... ความรู้สึกขอบคุณจึงสร้างเงินได้
ว่ากันว่า " จงสร้างมนุษย์ด้วยคำชม " คนเราชอบให้ผู้อื่นชื่นชมมากกว่าตำหนิ มันยังเป็นการแสดงถึงความรู้สึกดี ๆ ต่อผู้ือื่นด้วย บางทีแค่คำว่า " ขอบใจนะที่ช่วยกัน " ก็ทำให้ผู้ฟังรู้สึกดี และรู้สึกฮึกเหิมในการที่จะทำเป้าหมายให้สำเร็จได้ หรือทำให้มีความรู้สึกเต็มใจที่จะทำงานให้อย่างมีประสิทธิภาพ
1.2 เงินนั้นแปลก ขอยืมมาเหมือนได้กำไร ใช้คืนไป เหมือนขาดทุน
มีภาษิตญี่ปุ่นกล่าวว่า " เวลายืมเงินเรา หน้าเขาระรื่น ถึงเวลายื่นคืนเรา หน้าเขาเป็นยักษ์เป็น
มาร " คนเราเวลาจะไปขอยืมเงินใคร มักจะพูดจาดี นอบน้อม ก่อนยืม แต่ตอนไปทวงจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนทันที จะพูดจาอีกแบบ บางทีก็ด่าให้ด้วย
1.3 ผู้รับเงิน กับ ผู้สร้างเงิน คิดต่างกัน
คนที่พอใจชีวิตการทำงานที่ระดับผู้ใช้แรงงาน กับคนที่จะเติบโตเป็นหัวหน้างานหรือผู้บริหาร คิดต่างกันเล็กน้อยเพียงเส้นผมเส้นเดียวเท่านั้น
คนที่จะเป็นผู้ใช้แรงงานตลอดไป มักคิดว่า ได้ค่าแรง 300 บาทเท่ากัน ทำมากทำน้อยก็ได้ 300 บาทเท่ากัน สู้ทำน้อย ๆ ไม่ต้องเหนื่อยดีกว่า ก็ได้เงินเท่ากัน
ส่วนคนที่จะเิติบโตเป็นหัวหน้าหรือผู้บริหาร เขาจะคิดว่า ทำพยายามทุกทางเพื่อให้บริษัทมีกำไร เมื่อบริษัทมีกำไร เขาก็จะได้โบนัสได้เงินเดือนขึ้น ทำให้บริษัทมีความเจริญก้าวหน้า สามารถแข่งขันในตลาดได้ และในยามที่บริษัทจะต้องคัดคนออก บริษัทก็จะพิจารณาคนประเภทแรกก่อนเป็นแน่แท้ เพราะไม่สามารถทำอะไรให้บริษัทได้เลย
1.4 ถ้ารอให้มีอารมณ์คงจะทำอะไรไม่สำเร็จซักอย่าง
ถ้าเราจะทำอะไรซักอย่างแล้วมัวแต่มารอให้มีอารมณ์อยากทำก่อนแล้วค่อยลงมือทำ งานนั้นก็คงไม่ได้เริ่มซักที หรือเผลอ ๆ สุดท้ายก็อาจขี้เกียจทำไปเลยก็ได้ แต่ถ้าเราคิดแล้วลงมือทำเลย อย่างน้อยงานก็ได้เริ่มทำแล้ว และก็ต้องทำจนสำเร็จลุล่วงไปได้ จะดีหรือไม่ดีก็ว่ากันอีกที
2. คนที่ประสบความสำเร็จมักเปลี่ยน " ข้อมูล " เป็น " เงิน " ได้เก่ง
2.1 อย่าเสียดายเงินและแรงกายที่ใช้ไปเพื่อ " ความรู้ " และ " ข้อมูล "
ยกกรณีตัวอย่าง มีเพื่อนคนนึงที่เข้าร่วมสัมมนาในที่ต่าง ๆ บ่อยครั้ง แม้ต้องเสียเงินเป็นหมื่นเพื่อเข้าร่วมสัมมนาเป็นหมื่น เค้าก็ไม่เคยเสียดาย เขาทำอย่างนี้ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นลูกจ้าง ที่เค้าทำอย่างนั้นเพราะว่า เค้าคิดว่า การที่เราได้ไปฟังวิทยากรที่เป็นผู้ประสบความสำเร็จ เขามาถ่ายทอดประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายปีให้เราได้เรียนรู้ในเวลาสั้น ๆ มันเป็นอะไรที่ถูกมาก
2.2 ห้องผู้บริหารที่พนักงานเข้าหายากมักได้รับแต่ข้อมูลปรุงแต่ง
ห้องผู้บริหารที่มีลักษณะปิดกั้น พนักงานเข้ามาพบหรือหาลำบาก ก็จะทำให้พนักงานไม่ค่อยอยากมาพบหรือปรึกษาอะไร ดังนั้น เวลาพบปะพูดคุยก็จะได้แต่ข้อมูลปรุงเแต่ง เพราะกลัวที่จะมีความผิด แต่ในกรณีตรงข้ามถ้าห้องผู้บริหารเป็นลักษณะเปิดกว้าง ให้เข้าพบง่ายและตัวผู้บริหารเองก็เปิดกว้างรับไอเดีย เวลาลูกน้องมีไอเดียอะไรมาใหม่ ๆ ก็อยากจะมานำเสนอหรือปรึกษากับผู้บริหารได้ บริษัทนั้นก็จะเจริญก้าวหน้ากว่า เพราะจะได้ข้อมูลดี ๆ ไอเดียดี ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงใช้กับบริษัท และพัฒนาบริษัทให้ดีขึ้นได้
2.3 ข้อมูลที่สำคัญต่อการทำงาน 90 % มาจากรอบ ๆ ตัวเรานี่เอง
บางทีข้อมูลสำคัญ ๆ ก็อาจไม่ได้อยู่แค่ในบริษัท เราอาจหาข้อมูลเพิ่มเติมจากลูกค้าหรือคนรอบข้างเราที่ใช้สินค้าของบริษัทเรา หรืออาจจะใช้สินค้าของบริษัทคู่แข่งเราก็ได้ เราอาจขอความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าของเราเปรียบเทียบกับคู่แข่ง สอบถามว่าสินค้าเรากับคู่แข่งต่างกันอย่างไร มีตรงไหนที่ต้องปรับปรุงและนำมาแก้ไข เพื่อพัฒนาบริษัทให้ก้าวหน้าต่อไปได้
2.4 หาข้อมูลที่มีประโยชน์แก่ตนเองได้อย่างไร
กรณีตัวอย่าง เจ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง สมัยที่ยังไม่มีเงินมาก เค้าชอบที่จะไปตัดผมร้านที่แพงที่สุดหรือร้านดัง ๆ ที่คนรวยเค้าไปตัดกัน เค้าไม่ได้แค่ต้องการอวดรวยหรืออยากไปคบค้าอะไรกับคนรวย แต่ที่เค้าทำอย่างนั้นเพื่อ ไปฟังคนรวยเค้าคุยกันในร้านตัดผมแห่งนั้น เพื่อที่จะได้ข้อมูลอะไรดี ๆ ข้อมูลของคนระดับบนสุดของสังคมนั้นย่อมมีค่ามหาศาล " คนรวยเจอกันย่อมมีข้อมูลสำหรับคนรวย "
2.5 " กำไรคืออะไร " ใครไม่รู้ย่อมเป็นผู้แพ้
ยังมีคนที่คิดถึงแต่ ยอดขาย โดยไม่เคยมองหา กำไร เหมือนกัน ความจริง " กำไร " ก็คือส่วนที่เหลือจากการหักต้นทุนออกจากยอดขาย เพราะฉะนั้น ถ้าใช้ต้นทุนไปเกินกว่ายอดขายแล้วละก็ ย่อมหากำไรไม่เจอแน่นอน
2.6 สุดยอดเครื่องมือ " ต้นทุนต่ำ " ที่ช่วยให้ทำงานรวดเร็วคืออะไร
การทำงานในบริษัท ควรจัดให้เป็นรูปแบบ และหมวดหมู่ หรือแบบฟอร์ม เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน อะไรอยู่ในหมวดไหน อยู่ตรงไหน อยู่ส่วนไหน อะไรที่เกี่ยวเนื่องกัน ให้รวบเป็นรูปแบบเดียวกัน ไม่ใช่แยกออกเป็นหลายส่วน มันจะทำให้เกิดหลายขั้นตอนเกินไป ให้รวบเป็นขั้นตอนเดียวไปเลย เช่น one stop service ถ้าเราจัดรวบให้มันกระชับ และเป็นรูปแบบได้แล้ว จะช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น และได้จำนวนชิ้นงานที่มากขึ้น ไม่ว่างานด้านไหนก็ตาม เมื่อเร็วขึ้น ได้จำนวนงานมากขึ้น ก็จะทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานลดลง บริษัทก็จะมีกำไรมากขึ้น
2.7 บริษัทที่ไม่มีนักกลยุทธ์ของตัวเอง ย่อมไปไม่ได้ไกล
นักกลยุทธ์ คือ ผู้ที่พาบริษัทให้ไปในที่ที่บริษัทได้เปรียบ สำหรับในระยะกลางแล้ว ยังสร้างส่วนแบ่งตลาด และสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้น เราควรสร้างความเป็น นักกลยุทธ์ ในตัวเรา เพื่อที่จะนำพาบริษัทให้เจริญก้าวหน้า และสร้างผลกำไรได้อย่างงดงาม ควรศึกษาว่า การเป็นนักกลยุทธ์ ต้องทำอย่างไร และถ้าสุดท้ายเราทำไม่ได้จริง ก็ควรมองหานักกลยุทธ์เก่ง ๆ มาเป็นทีมงานในบริษัทเราให้ได้ เพื่อพัฒนาบริษัทต่อไป
2.8 แตกต่างจากคู่แข่งเพียงนิดเดียว ก็รวยแล้ว
เราจะทำอย่างไรให้แตกต่างจากคู่แข่ง เพียงเล็กน้อย แล้วสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นมา เ่ช่น กรณี ณ ตอนนี้ ถ้าใครพูดภาษาจีนได้คล่อง หรือสามารถใช้ภาษาจีนในการติดต่อธุรกิจได้ดี ก็จะสามารถติดต่อค้าขายกับประเทศจีนได้สะดวกขึ้น และ้เราอาจจะได้สินค้าถูกกว่าคู่แข่ง ทำให้เรามีต้นทุนต่ำกว่า สามารถขายในตลาดได้กำไรเยอะขึ้น เป็นต้น
2.9 แข่ง ราคาสินค้า เมื่อไร กระเป๋าแฟบ เมื่อนั้น
ผู้บริหารที่มีความคิดว่า " ขายไม่ได้จึงต้องลดราคา " นับว่าเป็นบุคคลที่น่ากลัวที่สุด ถ้าสินค้าใกล้หมดอายุ หรือต้องการโละสต็อกสินค้า เพื่อลดภาระการสต็อกสินค้า อย่างนี้ การลดราคาสินค้า เป็นสิ่งที่ทำถูกแล้ว แต่ถ้าคิดง่าย ๆ เพียงว่า ขายสินค้าไม่ดี ก็ลดราคาไปเถิดอย่างนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดของกิจการ กรณีถ้าเจอคู่แข่งขายตัดราคา ก็ถือเป็นโอกาสงามทีเดียว ที่เราจะออกสินค้าที่มีคุณภาพเหนือกว่า ขายในราคาสูงกว่า เพื่อสร้างความแตกต่างและผลกำไรอย่างสบาย ๆ
2.10 อย่าปล่อยให้องค์กรป่วยจนรักษาไม่ได้
เวลาที่บริษัทมีกำไร อย่าปล่อยให้ความคิดที่ว่า เมื่อมีกำไร ใช้เงินหน่อยคงไม่เป็นไร หรือเวลาบริษัทขาดทุน ก็คิดว่า ขาดทุนไปบ้างก็ไม่น่าเป็นไร หรือยอดขายไม่เข้าเป้า แต่ก็ยังถือว่าโอเคอยู่ ถ้าเราปล่อยให้ความคิดอย่างนี้ดำเนินต่อไป บริษัทก็จะเริ่มถดถอย กำลังเงินก็จะค่อย ๆ ร่อยหรอ ตามด้วยอาการขาดทุนเรื้อรัง ดังนั้น เวลาที่เกิดข้อผิดพลาดเราควรรีบหาสาเหตุและดำเนินการแก้ไขโดยด่วน เพื่อไม่ให้มันเรื้อรัง เกาะกินไปเรื่อย ๆ ต่อไป
2.11 งบดุลและงบกำไรขาดทุน เป็นรายงานวินิจฉัยโรคเบื้องต้นของบริษัท
งบดุลและงบกำไรขาดทุน จะเป็นตัวแสดงถึงฐานะของบริษัทได้เป็นอย่างดี มันจะแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของบริษัท ว่าถึงเวลาจะต้องดำเนินแก้ไขได้รึยัง
2.12 เงินส่วนตัว กับ เงินบริษัท รวมหรือแยกกันดี
กฏเหล็กที่สำคัญของธุรกิจที่จะเติบโตต่อไปในอนาคตก็คือ เมื่อมีผลกำไร ต้องสร้างนิสัยที่ดี สร้างความชัดเจนว่าอะไรเป็นของตัวเอง อะไรเป็นของบริษัท และต้องปรับเปลี่ยนความคิดให้ชัดเจนว่า เงินที่อุตส่าห์หามาได้ด้วยความเหนื่อยยาก ก็ต้องใช้อย่างรู้คุณค่า ไม่ควรเอาไปเปลี่ยนเป็น รถยนต์หรูหราเพียงเพื่อความเท่ห์ หรือกินหมดไปในมื้อเดียว
2.13 ผู้บริหารกับพนักงานคิดต่างกันที่ต้นทุน
ต้นทุนที่ผู้บริหารคำนึงอย่างมาก แต่พนักงานกลับไม่รู้สึกอะไรเลย คือ " ค่าใช้จ่ายด้านบุคคลากร" นั่นเอง ค่าใช้จ่ายตัวนี้แหละ คือ " ค่าใช้จ่ายคงที่ " ที่ลำบากใจมากที่สุด และเป็นจำนวนเงินมากที่สุดอีกด้วย เพราะฉะนั้น เวลาคิดจะลดการขาดทุนด้วยการลดต้นทุนในระยะสั้นแล้ว ผู้บริหารที่ขาดประสบการณ์ก็มักหนีไม่พ้น เรื่องการลดพนักงาน แต่ส่วนใหญ่จะไม่ได้ผล ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ผู้บริหารบางบริษัทใช้คนอย่างไม่มีประสิทธิภาพ หรือไม่ก็บางที ขี้เหนียวกับเรื่องที่ไ่ม่ควร เช่น ไม่ยอมซื้อคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ีที่ทำงานเร็วกว่า แต่กลับยอมใช้เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ที่บางทีก็ต้องยกไปซ่อม แล้วก็ต้องรอซ่อมเสร็จถึงมาใช้งานต่อได้ มันเสียเวลาการทำงานไปเท่าไรแล้วแทนที่จะได้งาน เป็นการเพิ่มต้นทุนอีกต่างหาก
2.14 ลดค่าใช้จ่ายผิดทาง ระวังกำไรหดหาย
สำหรับข้อนี้ อาจดูตัวอย่างจากข้อ 2.13 ได้ ในกรณีไม่ยอมซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นทันสมัยมาทำงานเพื่อให้ได้งานที่เร็วขึ้น กลับต้องมาช้าและเสียเวลาการทำงานเพิ่มอีก ทำให้ต้นทุนเพิ่ม กำไรหดหายทันที
2.15 ความหมายที่แท้จริงของ " เวลาเป็นเงินเป็นทอง "
" เวลาคือต้นทุน เวลาช่วยผลิตเงิน " การบริหารงานด้วยความรวดเร็ว พูดอีกอย่างก็คือ ต้องเร่งรวบรวมวัตถุดิบเพื่อการตัดสินใจ และตัดสินใจให้ฉับไว เมื่อทำได้แบบนั้น เราก็นำเวลาที่ประหยัดได้ไปใช้กับงานอื่นต่อได้ และไม่ทำให้พนักงานที่รอการตัดสินใจจากเราต้องเสียเวลาในการทำงานอีกด้วย เป็นการช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงานอีกวิธีหนึ่ง
2.16 กฏ 7 ประการลดการเสียเวลา
1. จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังในการทำงาน
2. กำหนดเส้นตายที่จะทำงานเสร็จ
3. ไม่ทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
4. วางแผนการทำงานในแต่ละวัน
5. จัดเอกสาร บันทึก และโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ
6. เลิกผัดวันประกันพรุ่ง
7. จำใส่ใจว่่า อย่าใจร้อน เพราะมีแต่เสียหาย
2.17 การเริ่มวันใหม่สำคัญมาก สามารถสร้างความแตกต่างได้เลย
เริ่มวันใหม่ 5 ข้อ
1. วันนี้จะทำงานอารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี ไม่หงุดหงิด
2. จะพิจารณาแผนงานของวันนี้อีกครั้ง
3. ลงมือทำงานอย่างรวดเร็ว
4. จัดการเก็บงานที่ค้างไว้ ไม่รอช้า
5. คิดถึงแผนงานใหม่อย่างน้อย 3 เรื่อง
ติดตามตอนที่ 2 ต่อนะครับ
ติดตามตอนที่ 2 ต่อนะครับ
เครดิต : หนังสือ 76 วิธีใช้เงินและคนให้คุ้มค่า สู่รายได้ที่งดงาม
HASEGAWA KAZUHIRO
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น