เรื่องเล่า หมอนวด
เรื่องเล่า หมอนวด ในที่นี้ ผมไม่ได้เล่าถึง หมอนวด ตามสถานที่หรู ๆ หรือพวกสปา แพง ๆ ต่างๆ นะครับ แต่จะเล่าถึง หมอนวด ตามสถานที่ระดับกลาง ๆ ที่มี คอฟฟี่ช็อป คาราโอเกะ รวมอยู่ในนั้นด้วยครับ ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบนวด อาทิตย์นึงต้องไป 1 วัน และสถานที่ไปก็ชอบไปตามสถานที่ที่กล่าวมา เวลานวดก็จะได้คุยกับหมอนวด บางเรื่องก็แปลก ๆ สนุกดี บางทีเค้าก็จะเล่าถึงคนที่ไปเที่ยวว่าแต่ละคนมีรูปแบบกันอย่างไร หมอนวดบางคน ก็เล่าถึงชีวิตของตัวเอง ว่าเจออะไรมาบ้าง มันเลยทำให้เราพอรู้เกี่ยวกับคนในวงการนี้บ้าง แต่ก่อนอื่น สถานที่นวดเหล่านี้ จากที่ผมได้สัมผัส มา ผมขอแยกประเภทหมอนวด ออกเป็นดังนี้
1. หมอนวดแบบนั่งดริ๊งแล้วก็ร้องคาราโอเกะ หมอประเภทนี้จะหน้าตาค่อนข้างดีหน่อย เอาใจเก่ง แขกจะติด มักเรียกไปนั่งกินเหล้าเป็นเพื่อน คนไหนที่ไม่กินเหล้า หรือกินไม่เป็น ก็จะไม่ถูกเรียก หมอนวดประเภทนี้ มีหน้าที่กินเหล้าให้เป็น เอาใจให้เก่ง ค่อนข้างสบาย เพราะแค่นั่งกินเหล้า แค่นี้ ทริปก็ได้หลายแล้ว ช่วงรุ่ง ๆ เห็นบอกว่า แค่เดินไปส่ง ก็ได้ทริป 500 บาทแล้ว เงินทองหาง่ายมาก
2. หมอนวดประเภทนวด หมอประเภทนี้ หน้าตาจะระดับกลางไปถึงขี้เหร่ แต่จะมีทักษะในการนวดดี แต่น่าเสียดายตรงที่ได้ทริปน้อย บางทีนวดแทบตาย ได้ทริป 100 บาท ทริปจะอยู่ในเรท 100-300 ตามแต่แขกจะให้ หมอประเภทนี้จะเหนื่อยหน่อย เพราะต้องออกแรงนวดเยอะ
จากที่กล่าวมาข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่า หมอนวดในวงการนี้ รายได้ค่อนข้างดีพอสมควร แบบขี้เหร่ ๆ ก็อย่างน้อยเดือนนึงก็ได้ สองสามหมื่นบาทแล้ว เคยมีคำพูดนึงในวงหมอพวกนี้ว่า อาชีพนี้เหมือนคำสาป คือ ใครออกไปแล้วส่วนใหญ่ก็ต้องกลับมาใหม่ หมอส่วนน้อยที่ออกจากวงการแล้วไปรอด แต่ผมว่า ไม่ใช่คำสาปอะไรหรอกมั้ง แต่มันอยู่ที่รายได้มากกว่า ถ้าออกจากวงการนี้ไป รายได้มันไม่ได้ขนาดนี้น่ะสิ นี่คือปัญหา แล้วหมอส่วนใหญ่ก็จะรับไม่ได้ เพราะว่า เคยได้รายได้เยอะมาจากตรงนี้ ซะมากกว่า
ผมได้รู้จักกับหมอนวดคนนึง สนิทถึงขั้นพูด กู , มึง , เอ็ง , ข้า , แก หรือว่าบางทีก็ด่าตักเตือนมันได้เลย รู้จักมันตั้งแต่ อายุยี่สิบปลาย ๆ จนเดี๋ยวนี้ สามสิบกว่าได้ละ ขอใช้นามสมมติว่า เอ ละกัน วันแรกที่ได้ขึ้นกับ เอ จำได้ว่า มันคุยเก่งมาก สนุก เฮฮา เอาใจเก่ง แค่วันแรกก็สนิทกับมันละ ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบเปลี่ยนหมอนวดบ่อย ๆ ถ้าขึ้นแล้ว โอเค ก็ขึ้นไปจนกว่ามันจะออกไป ก็ขึ้นกับ เอ นี่นานพอสมควร เลยสนิท มันก็จะมีเรื่องเล่ามาให้ฟังตลอดเกี่ยวกับ แขก บ้าง เรื่องส่วนตัวของมันบ้าง ตอนนั้นมันมี เฮีย คนนึงเลี้ยงมันอยู่ มันก็จะมาเล่าให้ฟังเรื่อย จนวันนึง มันก็ลาออกไป แล้วก็หายไป พักนึง อยู่ ๆ วันนึงมันก็โทรมาร้องห่มร้องไห้ ให้ฟัง บอกว่าอยากตาย ผมก็เลยบอกว่า เออ มึงใจเย็นก่อน มีไรเล่าให้ฟังก่อน อย่าเพิ่งตายนะมึง เพราะมึงโทรหากูเป็นเบอร์สุดท้ายด้วย ไอ้ห่า ถ้ามึงตาย กูซวยแน่ ตำรวจเค้าสาวมาถึงกู ออกมากินข้าวแล้วมาเล่าให้ฟังหน่อยซิว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เลยนัดกันมากินข้าว มันก็เล่าให้ฟังว่า ที่มันหายไป เพราะมันไปใช้ชีวิตเป็นเมียน้อย อยู่กับ เฮีย ของมัน แต่ตอนนี้เค้าทิ้งมันแล้ว มันกลุ้มใจมาก ไม่รู้จะทำงัยดี มันอยากตาย ก็เลยด่ามันไปว่า มึงมีมือมีตีน มึงก็ทำมาหากินซิ ทำไมต้องมานั่งร้องไห้อยากตาย มึงโดดเข้ามาในวงเวียนเมียน้อย นี่ มึงก็ต้องทำใจไว้อยุ่แล้ว ว่าวันนึงต้องเป็นแบบนี้ หลังจากวันนั้น มันก็เลยกลับมาทำงานเป็นหมอนวด เหมือนเดิมต่อ แล้วช่วงชีวิตมันคงสบายขึ้น มันก็เลยขาดการติดต่อไปอีกระยะนึง จนมาวันนึง มันโทรมาปรึกษาเรื่องการซื้อของไหว้เชงเม้ง แล้วก็บอกว่าตอนนี้มันมีแฟนแล้วนะเป็นคนจีน เนี่ยแม่แฟนมันให้มันเป็นคนจัดการเรื่องของไหว้ มันเลยโทรมาถามว่าต้องใช้อะไรบ้าง แล้วมันก็มีโครงการจะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ด้วยนะ ไอ้ผม ก็เออ กูดีใจกับมึงด้วยนะ มีแฟนแล้วก็จะมีผัวเป็นตัวเป็นตนซักที แต่งเมื่อไรบอกด้วย กูจะไปงานมึง หลังจากนั้น มันก็หายไปอีกพักนึง แล้วมันก็โทรมาอีกว่า แก ชั้นเลิกกับมันละ แม่งหลอกเงินกูไปเกือบหมดบัญชี ชีวิตแม่งไม่ทำห่าไรเอาแต่ขับมอไซบิ๊กไบด์ ไม่เคยมองหาอนาคตอะไรเลย แถมแม่งยังพาแฟนใหม่มาควงต่อหน้าอีก กูเลยตัดสินใจเลิก และนี่ก็เป็นครั้งที่สองที่มันโดนอีกละ แล้วมันก็กลับมาทำงานที่เดิมอีก แล้วก็รู้สึกว่า จะมีป๋าแก่ ๆ คนนึงมาดูแลอุปถัม อยู่ มันก็เงียบหายไปจากชีวิตผมอีก แล้ววันนึงมันก็โทรมาหา แล้วบอกว่าตอนนี้มีหนุ่มกลางคนคนนึง มาติดมัน ทุ่มน่าดู ซื้อนู้นให้ ซื้อนี่ให้ เริ่มจากกระเป๋า หลุยส์วิตอง พาไปที่ช็อปเลือกเลยอยากได้ใบไหน เวลามาหาก็ทุ่มเงินให้พอสมควร ผมกับมันตั้งฉายาให้คนนี้ว่า เจ้าบุญทุ่ม
ผมก็เตือนมันว่า เฮ้ย มึงระวัง ๆ ไว้หน่อยนะ คนเรามันใช้เงินเป็นกระดาษขนาดนี้ นี่ ผิดปกตินะ แม่งขายยาบ้าป่าววะ มันก็บอกว่า มันก็ไม่ได้สนไรเค้ามาก แถมรำคาญซะด้วยซ้ำ แล้วมันก็เงียบหายไป ผ่านไปนานพอสมควร มันก็โทรมาบอกว่า แก ชั้นไปเซ้งตึกมา ว่าจะเปิดร้านทำผม ที่ชั้นสอง แล้วขายขนมทับทิมกรอบ ที่ชั้นล่าง ผมก็เหรอ เออ ๆ ดีใจด้วยนะ ช่วงนั้นชีวิตมันรุ่งมาก ป๋าออกทุนเซ้งตึกให้ อยู่คอนโดหรูริมแม่น้ำ มันบอกว่าเดี๋ยวร้านเสร็จ ให้เราแวะไปอุดหนุนมันด้วยนะ แล้วมันก็หายไป ผ่านไปอีกหลายเดือน ผมก็นึกถึงมัน ป่านนี้ร้านแม่งยังไม่เสร็จอีกเหรอวะ เลยโทรไปคุย ปรากฏว่า ปิดโครงการไปละ อยู่ ๆ ไม่รู้เกิดไรขึ้น ป๋า งดจ่ายขึ้นมาซะงั้น มันก็เลยอด แล้วก็บ่นว่า จะกลับมาทำงานเหมือนเดิมดีมั้ย ผมก็เลยบอกว่า มึงหลุดจากวงการไปแล้ว อย่ากลับมาเลย อีกอย่างนึง มึงแก่เกินไปแล้วด้วย อย่ามาเลย แล้วมันก็เงียบหายไปต่ออีก ไม่นานนี้หลังปีใหม่ มันโทรมาอีกละ แก ชั้นจะทำงัยดี ตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว คิดจะฆ่าตัวตาย อีกละ ผมก็ เอาอีกละ มึงจะฆ่าตัวตาย มึงอย่าโทรหากูได้มั้ย เวรจริง ๆ ก็เลยคุยกันว่าเกิดไรขึ้นกับชีวิตมันอีก ก็ได้เรื่องมาว่่า มันคบกับเจ้าบุญทุ่ม มาหลายปีแล้ว เค้าให้เงินมันใช้เดือนละห้าหมื่นบาท (มิน่า มันเงิียบหายไป) และก่อนปีใหม่ เค้าให้เงินมันมาก้อนนึงสามแสนบาท เพื่อให้ไปปล่อยกู้หารายได้เพิ่ม แต่ตัวมันดันเอาเงินไปโปะค่าคอนโดหมด เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไร แล้วเรื่องมันก็เกิดตรงที่ว่า ไอ้บุญทุ่ม เมียมันจับได้ว่ามันมีกิ๊ก เมียเลยมาควบคุมเงินทั้งหมดทำให้ใช้จ่ายอะไรไม่ได้อีกละ ทีนี้ก็ซวยสิครับ เพราะเค้าก็มาบอกเลิกกับมันต่อ มันเลยเคว้งเลยทีนี้ เงินก็ใช้หมดไปละ งานก็ไม่มีทำ ไม่มีรายได้ เคยได้เงินใช้เดือนละห้าหมื่น ทีนี้จะทำงัยละชีวิต มันก็ร้องห่มร้องไห้สิทีนี้ พร่ำพรรรณาว่ารักเค้าอย่างนู้นอย่างนี้ ผมเลยด่ามันไปว่า เป็นงัยละ ยามมีไม่เก็บ ทำตัวเป็นคุณนาย โดยไม่ได้คิดเลยว่าจุดที่มึงยืนอยู่ มันไม่มั่นคง เตือนก็ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ประสบการณ์ก็เคยมี ยังไม่รู้จักคิดอีก แล้วไอ้บุญทุ่มนี่ กูก็เตือนมึงแล้วว่าให้ระวัง เพราะส่วนตัวแล้ว ผมก็ไม่เชื่อหรอกว่า เมียมันจับได้ มันมีคนใหม่มากกว่า อีกอย่าง มึงโชคดีแล้ว ที่โดนแค่นี้ เพราะไม่รู้แหล่งที่มาของเงินมันด้วยซ้ำว่าได้มาอย่างไร ทำไมมันใช้ง่ายแบบนี้ ใช้เหมือนกระดาษ เศรษฐี เค้าไม่ใช้เงินแบบนี้หรอก ก็เลยแนะนำว่า ให้มันกลับไปอยู่บ้านที่ ตจว เหอะ จริง ๆ แล้วที่บ้านมันก็มีฐานะโอเค นะ มีกิจการ มีอะไร ส่วนคอนโดถ้าผ่อนต่อไม่ไหวก็ขายทิ้งไปซะ จะได้ไม่เป็นภาระ ก็บอกมันทำได้แค่นี้ละ จากวันนั้น มันก็เงียบหายไปอีกแล้ว และไม่รู้ว่า ชีวิตมันเป็นอย่างไรต่อไป มันจะมีอะไรมาเล่าให้ฟังอีกมั้ย แค่ชีวิตมันคนเดียว ผมก็ได้เรียนรู้อะไรมากมายพอละ
ที่เล่ามาทั้งหมด ก็แค่อยากเล่าให้ฟัง ว่าคนในวงการนี้เค้าก็มีเรื่องในมุมของเค้า เงินหามาได้ง่ายแต่เค้าก็ใช้กันง่าย จนบางทีลืมเก็บไว้สำหรับอนาคต บางคนก็โดนผู้ชายหลอกเอาเงินไปหมด บางคนก็ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยโดยไม่ได้คิดถึงอนาคต คิดแต่ว่าเดี๋ยวก็มีคนให้ ไม่พอก็ขอ แต่ลืมไปว่า คนเรามันต้องพึ่งลำแข้งตัวเองน่ะดีที่สุด และยิ่งอยู่ในวงการนี้ด้วยแล้ว หาคนที่มันรักและเลี้ยงดูเราจริง ๆ น่ะไม่มีหรอก พอเค้าเบื่อเค้าก็ทิ้งเราไปหาคนใหม่ในที่สุด ดังนั้นช่วงโกย ก็ต้องโกยแล้วเก็บ มิเช่นนั้น อนาคตคุณก็จะไม่มีเหมือนกัน
Thee Superthee
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น